• เปิดเผยรายงานอัปลักษณ์
    เบื้องหลังมติอัปยศไม่แบนสารพิษร้ายแรง
    รายละเอียด
  • แถลงการณ์ เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรง
    หลัง รมต.เกษตรรับข้อเรียกร้อง
    เครือข่าย 700 องค์กรยืนยันตั้งกรรมการอิสระ
    รายละเอียด
  • แถลงการณ์เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง 369 องค์กร
    รายละเอียด

 หลังมีผลการวิจัยที่ชี้ชัดถึงความแพร่หลายของการใช้สารเคมีอย่างผิดวิธีและ ผลกระทบอันร้ายแรงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการเกิดมะเร็งและความผิดปกติในเด็กเล็ก พร้อมกันนี้กำลังดำเนินการเพื่อแบนยาฆ่าแมลงอีก 2 ชนิดคือ ไดคลอวอส และ โครไพรีฟอส ซึ่งนิยมใช้กำจัดมดและแมลงสาบในบ้านเรือน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การปกป้องสุขภาวะของสังคมไทยจากยาฆ่าแมลงที่มีพิษสูงยังไม่มีความ คืบหน้า หลัง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2551 กำหนดให้ยาฆ่าแมลงทุกชนิดต้องขึ้นทะเบียนใหม่ เนื่องจากทะเบียนเดิมได้หมดอายุลงในวันที่ 22 สิงหาคม 2554 โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีการเคลื่อนไหวของเครือข่ายเกษตรกรและเครือข่ายวิชาการเตือนภัยสารเคมี เกษตร (ThaiPAN) เพื่อผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ขึ้นทะเบียนนำเข้าและจำหน่ายยาฆ่า แมลง 4 ชนิด: คาร์โบฟูราน, เมโทมิล, ไดโครโตฟอส, และอีพีเอ็น เนื่องจากมีความอันตรายร้ายแรงตามหลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อห้ามใช้วัตถุ อันตรายของกรมวิชาการเกษตร พร้อมทั้งได้เสนอแนะให้มีการเปิดเผยข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีที่ได้รับ การขึ้นทะเบียนแล้วทุกชนิด

แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่มีท่าทีว่า คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียน ซึ่งมีนายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธาน จะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร ท่ามกลางการล๊อบบี้จากบริษัทค้าเคมีเกษตรรายใหญ่

ปัจจุบัน คาร์โบฟูราน ไดโครโตฟอส และเมโทมิล กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาขั้นสุดท้ายและอาจพร้อมขึ้นทะเบียนได้ทุกเมื่อ

ที่มา: 
http://www.biothai.net/node/11128