• วันอาหารโลก
    ประชาชนเรียกร้อง เจียไต๋ ซินเจนทา หยุดต่อทะเบียนสารเคมีเพื่อปกป้องคนไทย
    รายละเอียด
  • แถลง
    อย่าปล่อยให้ความเท็จมีอำนาจเหนือความจริง
    รายละเอียด
  • เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรงชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลและจัดการเคลื่อนไหวที่หน้าศาลากลางกว่า 50 จังหวัด
    รายละเอียด

พันธ์เทพ  เพชรผึ้ง

ประมวลเหตุการณ์รถชนซุ้มเก็บสารเคมีเกษตรริมถนนจังหวัดน่าน

19 มีนาคม 2556: เวลาราว บ่าย 3 รถปิ๊กอัพ โตโยต้า vigo สีบรอนซ์เงินทะเบียน บฉ 1107 น่าน ขับรถพุ่งเข้าชนซุ้มขายกาแฟเก่าริมถนนอรุณเดชจรัสหมู่ 9 ต.เฟยลุง เขตเทศบาลตำบลทุ่งช้าง จ.น่าน ที่ร้านมานพการเกษตรซึ่งอยู่ตรงข้ามนำสารกำจัดศัตรูพืชที่ซื้อมาจำหน่ายมาเก็บไว้ชั่วคราว ทำให้ซุ้มดังกล่าวพังแตกกระจายและสารเคมีที่นำมาเก็บเกิดกระจายแตกออกจากบรรจุภัณฑ์ฟุ้งเกลื่อนเต็มถนน ไหล่ทาง และบ้านพักอาศัยที่อยู่ใกล้เคียง รวมถึงตลาดสดเทศบาลที่อยู่ละแวกนั้นด้วย

เวลาต่อมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้เข้ามาในที่เกิดเหตุเพื่อนำคนขับรถยนต์ดังกล่าวซึ่งหมดสติออกจากรถและนำส่งโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บหลักฐานการเกิดอุบัติเหตุ ก่อนที่จะเคลียร์พื้นที่ ย้ายซากรถ และซากปรักหักพังและกล่องเก็บสารเคมี

เวลาต่อมาชาวบ้านที่อาศัยบริเวณนั้น ซึ่งถูกสารเคมีดังกล่าวเปื้อนตามตัว และถูกฝุ่นสารเคมีฟุ้งเข้าไปเกลื่อนอยู่เต็มพื้นบ้าน ผนังบ้าน และเพดาน วิตกกังวลถึงอันตรายต่อสุขภาพ จึงไปสอบถามนายมานพที่ร้านมานพการเกษตร แต่พบว่านายมานพไปเที่ยวเมืองจีนกับครอบครัวจากแพ็คเกจของบริษัทขายสารเคมีที่นายมานพทำยอดซื้อถึงเป้า ชาวบ้านจึงเริ่มร้องไปยังหน่วยราชการต่างๆให้เข้ามาดูแล และเริ่มนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดถูฝุ่นสารเคมีที่ฟุ้งอยู่เกลื่อนภายในบ้านและอาศัยอยู่ในบ้านต่อโดยไม่ได้ย้ายไปพักที่แห่งอื่น

20 มีนาคม 2556: ช่วงเช้าเทศบาลนำปูนขาวมาโรยทับบริเวณที่มีสารเคมีแตกกระจาย ตลาดสดเทศบาลปิดทำการชั่วคราวและหาที่ใหม่ให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดได้ขายของซึ่งห่างออกไปกว่า 1 กิโลเมตร

23 มีนาคม 2556: นายมานพ เจ้าของร้านมานพการเกษตรที่นำสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมาเก็บไว้ที่ซุ้มกาแฟเก่ากลับมาจากเที่ยวเมืองจีนตามแพ็คเกจทัวร์ของบริษัทจำหน่ายสารเคมี

26 มีนาคม 2556: ช่วงเที่ยงวันเทศบาลนำน้ำมาฉีดล้างบริเวณที่เกิดเหตุสารเคมีแตกฟุ้งกระจาย จากนั้นช่วงกลางคืนจึงนำรถตักดินมาตักดินบริเวณนั้นออกไปทิ้งในที่ห่างไกลชุมชน

27 มีนาคม 2556: เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าชี้แจงโดยละเอียด ให้ความรู้ชาวบ้าน และเจาะเลือดวัดระดับของอะเซตทิลโคลิน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นชุดตรวจเบื้องต้นในการวัดอันตรายจากการได้รับยาฆ่าแมลงกลุ่มคาร์บาเมตและออร์แกโนฟอสเฟตเข้าสู่ร่างกาย ในขณะที่สารเคมีส่วนใหญ่ที่แตกกระจายนั้นเป็นสารกำจัดวัชพืช


คน “ทุ่งช้าง” ผวาสารเคมีฟุ้งนับสัปดาห์ หลังรถพุ่งชนโกดังเก็บสารอันตรายริมทาง

น่าน - ชาวบ้านเขตเทศบาลทุ่งช้าง ต้องผวากันนานนับสัปดาห์ หลังเกิดอุบัติเหตุรถพุ่งชนร้านกาแฟ-สถานที่เก็บสารเคมีด้านการเกษตร ทำสารเคมีฟุ้งกระจายไกลนับ 100 เมตร ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกเฉย หลายรายต้องปิดบ้านหนีชั่วคราว

       

       ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน วันนี้ (27 มี.ค. 56) ว่า ได้เกิดอุบัติเหตุรถปิกอัพพุ่งเข้าชนร้านกาแฟ ที่ใช้เป็นที่เก็บสารเคมีด้านการเกษตร บริเวณริมถนนอรุณเดชจรัสหมู่ 9 ต.เฟยลุง เขตเทศบาลตำบลทุ่งช้าง จ.น่าน จนได้รับความเสียหาย และที่สำคัญคือ มีสารเคมีอันตรายฟุ้งกระจายไปทั่วในรัศมี 100 เมตรจากจุดเกิดเหตุ ตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค.56 ที่ผ่านมา

       

       ชาวบ้านในชุมชนเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากสารเคมีอันตราย พยายามเรียกร้องให้ทางราชการเข้ามาแก้ไขอย่างถูกวิธี แต่ยังไม่มีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องปลอดภัย จนผู้ประกอบการร้านจำหน่ายอาหารไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ รวมทั้งสัตว์เลี้ยงก็ได้รับผลกระทบแล้ว

       

       ล่าสุดเช้าวันนี้ นายเกียรติศักดิ์ ป้อมทองคำ นายอำเภอทุ่งช้าง เพิ่งเดินทางเข้ามาดูจุดเกิดเหตุด้วยตัวเอง และบอกว่าสารเคมีเกษตรที่ฟุ้งกระจายถูกกำจัดไปแล้วเท่านั้น

       

       นางวันดี บุญประเสริฐ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 136 ถนนอรุณเดชจรัส เขตเทศบาลตำบลทุ่งช้าง ซึ่งอยู่ในจุดฟุ้งกระจายของสารเคมี เปิดเผยว่า เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม มีสารเคมีฟุ้งกระจายไปทั่วในรัศมี 100 เมตร แต่ไม่มีใครให้ความสนใจเข้ามาแก้ปัญหา จนชาวบ้านสุดทนร้องเรียนไปหลายที่ ทางราชการเข้ามาใช้น้ำล้าง และบางจุดใช้ดินกลบเท่านั้น ซึ่งชาวบ้านมองว่ายิ่งทำให้สารเคมีอยู่ในพื้นดินและแหล่งน้ำต่อไปอีก

       

       “ตอนนี้ชาวบ้านหลายครอบครัวอยู่ในจุดเกิดเหตุอยู่อาศัยไม่ได้ ต้องปิดบ้านหนีปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งการนำเอาสารเคมีอันตรายมาเก็บไว้ข้างถนนน่าสงสัยเหมือนกันว่า ได้รับอนุญาตหรือไม่ และการเก็บสารเคมีดังกล่าวทางการจะรับผิดชอบอย่างไร”

       

       จุดเกิดเหตุเป็นร้านกาแฟ ซึ่งเจ้าของร้านกาแฟ เป็นชาวบ้านไม่รู้เรื่องอะไร ผู้ที่นำสารเคมีมาเก็บไว้ในร้าน คือ ร้านเคมีภัณฑ์ “มานพการเกษตร” ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุ โดยทางเจ้าของร้านบอกเพียงว่า ถ้าอันตรายคนในร้านก็ตายไปก่อนแล้ว ไม่เห็นมีใครตายซักคน

       

       น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (thaipan) มีสำนักงานอยู่ใน กทม.กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอันตรายมาก เมื่อเกิดเหตุต้องกำจัดอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้สารเคมีรั่วไหลไปในพื้นดินหรือแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งเหตุดังกล่าวได้ประสานไปยัง อปท.ในพื้นที่ ผู้ประกอบการ พบว่า ยังมีความรู้ไม่เพียงพอในการกำจัดสารเคมีเหล่านั้น และดำเนินการล่าช้าเกินไป

       

       มีข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า การเก็บสารเคมีมีการขอใบอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถูกต้องหรือไม่ เมื่ออนุญาตแล้วจะต้องให้ความรู้การจัดเก็บและถ้าเกิดเหตุรั่วไหลต้องเข้าใจในการกำจัด

       

       ขณะที่นายมานพ พรสมประสงค์ เจ้าของร้าน “มานพการเกษตร” เปิดเผยว่า หลังเกิดอุบัติเหตุ รถยนต์ที่พุ่งชนไม่ได้เข้ามารับผิดชอบใดๆ สารเคมีที่ฟุ้งกระจายเป็นยาฆ่าหญ้าใบกว้างในนาข้าว ซึ่งเป็นวัสดุอันตรายปานกลาง ไม่รุนแรง ล่าสุดเทศบาลฯ สาธารณสุข ประชุมร่วมกันมีมติให้ขุดพื้นดินที่มีสารเคมีปนเปื้อนออก แล้วนำปูนขาวโรย

       

       “นายอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ นายกเทศมนตรี และชาวบ้านได้มาประชุมร่วมกันที่เกิดเหตุ ได้เร่งให้ดำเนินการ ขณะนี้ก็แก้ไขแล้ว ความจริงแล้วไม่มีสารเคมีฆ่าแมลงเป็นเพียงสารเคมีปราบวัชพืชใบกว้างไม่อันตราย และร้านของตนเองมีใบอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตรอย่างถูกต้อง ก็ยอมรับว่า เคมีทั่วฟุ้งกระจายมีกลิ่นเหม็นทำให้ชาวบ้านตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000037044

ที่มา: 
http://www.