ปิดฉากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทำลายสมอง รัฐบาลไบเดนแบบคลอร์ไพริฟอส

เป็นข่าวใหญ่ในสื่อสหรัฐ เมื่อสำนักงานสิ่งแวดล้อมของสหรัฐ (EPA) ประกาศแบนคลอร์ไพริฟอส สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในผักและผลไม้ ซึ่งเป็นสาเหตุของผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสมองและระบบประสาทของเด็กและทารกแล้วเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

นับเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของผู้บริโภค องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม และแรงงานรับจ้างในภาคเกษตรของสหรัฐหลังจากการการเคลื่อนไหวให้มีการแบนสารพิษร้ายแรงมานานกว่าสิบปี

ผู้เชี่ยวชาญของ EPA ในยุคของบารัก โอบามา เสนอให้มีการแบนสารพิษนี้แล้ว แต่ถูกปฏิเสธเมื่อปี 2560 โดย Scott Pruitt ผู้บริหารของ EPA ที่ถูกแต่งตั้งโดยโดนัล ทรัมป์

Michal Freedhoff เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ EPA ด้านความปลอดภัยของสารเคมีและมลพิษ ให้สัมภาษณ์ต่อวอชิงตันโพสต์ว่า “สิ่งนี้เกิดขึ้นหลังจากความพยายามกว่าทศวรรษของการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าคลอร์ไพริฟอสมีผลกระทบต่อพัฒนาการทางระบบประสาทในเด็ก แม้แต่ได้รับในระดับที่ต่ำกว่าที่เคยคิดไว้”

การใช้คลอร์ไพริฟอสทางการเกษตรจะถูกยกเลิกทั้งหมดภายใน 6 เดือนนับตั้งแต่ EPA มีมติเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ส่วนการใช้นอกภาคการเกษตรเช่น ในสนามกอล์ฟ เป็นต้นนั้น จะมีการพิจารณาอีกครั้งในปีหน้า

คอร์ทีวา (Corteva) หรือเดิมคือ ดาว-ดูปองท์ (DowDupont) บริษัทผู้ผลิตสารกำจัดแมลงคลอร์ไพริฟอสกำลังเผชิญกับการฟ้องร้องดำเนินคดีแบบกลุ่ม หลังจากสี่ครอบครัวในแคลิฟอร์เนียยื่นฟ้องเมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2564 เนื่องจากลูกๆของพวกเขาได้รับผลกระทบทางสมอง

สารเคมีกำจัดแมลงนี้นิยมใช้กำจัดศัตรูพืชในผักและผลไม้หลายชนิด โดยจากการเฝ้าระวังของไทยแพนพบว่าเป็นหนึ่งในสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ตกค้างมากที่สุดในผักและผลไม้

กระทรวงสาธารณสุขในสมัย นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร มีข้อเสนอให้ยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดแมลงนี้และพาราควอต และใช้เวลากว่า 3 ปี จนคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติให้ยกเลิกการใช้ในที่สุด โดยคลอร์ไพริฟอสถูกประกาศยกเลิกการใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563

ที่มา